Sweet KOREA 1-5 December 2007

posted on 18 Dec 2007 18:13 by namween in Travel
Please NOTE: สาบานว่าที่ไปเกาหลี แล้วเอามาเขียนไว้ในนี้นี่ ไม่ได้เป็นเพราะบ้าอะไรในเกาหลีทั้งสิ้นทั้งปวงนะค้า แค่ไปเที่ยวสนุกดี เลยมาบอกต่อ และถ้าเกิดมีข้อมูลอะไรผิดพลาดไปก็ต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ :)
เพื่อให้เข้าบรรยากาศ จัดเพลงของ SHINHWA ให้ซะเลย
   
1 December 2007
และแล้ววันที่รอคอย (มานานมากกกกกกก) ก็มาถึงซะที ก่อนไปก็ต้องไปทำบุญเอาฤกษ์เอาชัยกันซะหน่อย (จริงๆ ไม่ได้หวังผลอะไรตอบแทนนี่) ด้วยการไปทำบุญที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท (แต่อยู่ที่ปากเกร็ดนะ) กับเพื่อนๆ รุ่นพี่และรุ่นน้อง  ก็ไม่มีอะไรมาก สนุกดีเหมือนกัน  กว่าจะได้ฤกษ์กลับบ้านก็บ่ายแก่ๆ เข้าไปแล้ว กระเป๋าก็ยังจัดไม่เสร็จ คิดอยู่ว่าต้องลืมนู่นลืมนี่ชัวร์ (แล้วก็ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดจริงๆ ด้วย)
ทุ่มนึงยังไม่วายนั่งดู X-Man รายการโปรด (อันนี้ดูซ้ำรอบสองแล้ว แต่ก็ยังอยากดูอยู่) Shinhwa มาทั้งวงเลย ฮาดี โดนพ่อแม่กดดันอยู่ว่าเด๋วจะไปไม่ทันเอา ยังไม่ทันจบเลยก็ต้องรีบออกจากบ้าน คนไปส่งดูจะตื่นเต้นกว่าคนไปซะอีก เซ็งเลย ขอดูอีกสิบนาทีก็ไม่ได้ (เป็นเพราะต้องไปรับยัยออยนั่นแหล่ะ เลยอดเลย) เลยทุ่มครึ่งมาประมาณห้านาทีได้มั๊ง ก็ออกจากบ้าน ไปรับออยที่บ้าน จะบอกให้ว่ามันนิสัยแย่มากเลย ทำชั้นอดดูทีวี แล้วมันก็ยังเตรียมตัวไม่เสร็จ (โกรธเว้ย) อ่ะ ไม่เป็นไร เห็นว่าจะไปเที่ยวนะเนี่ย เลยอภัยให้ โฮะๆๆๆ
ประมาณไม่ถึงสองทุ่มครึ่งดี (เห็นมั๊ย มาก่อนเวลาตั้งเยอะ ไม่รู้จะไม่ให้ดูทีวีทำไม แงงงงง) ก็มาถึงสุวรรณภูมิ เจอกับไอ้จิ๊บ แล้วก็ไปหาหัวหน้าทัวร์ที่ชื่อ พี่หนุ่ม ซึ่งพี่หนุ่มคนนี้แหล่ะ จะเป็นคนพาพวกเราตะลุยแดนกิมจิ
พอเช็คอิน โหลดกระเป๋าเสร็จ แจ๊แกก็ปล่อยให้เด็กตาดำๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวสามคนไปเผชิญชะตากรรมในสนามบินกันเอง โดยบอกเพียงว่า 5 ทุ่มเจอกันที่ GATE E1 A นะคะ (สาบานว่าชื่อหนุ่ม) พวกเราก็เลย เอาก็เอาวะ แล้วแต่ชะตาจะพาไปละกัน เดินตามทางกันไปซักพัก หาทางออกนอกประเทศไม่เจอ 555 ก่อนที่จะนึกว่าจะหลงแล้วก็หันไปเห็นทางเข้าผู้โดยสารขาออก ค่อยยังชั่ว โล่งไปที ก็ไปผ่าน Immigration พี่ต.ม. เมืองไทยน่าร้ากกกก ยอมให้เราผ่านไปแต่โดยดี พอเข้ามาแล้วก็เห็นร้านขายของ Duty Free ยาวเป็นกิโลเลย เยอะมากกกกก เค้าว่ากันว่า (ไม่ใช่เค้าหรอก ก็เจ๊หนุ่มเนี่ยแหล่ะ แซวว่า สุวรรณภูมิมีอีกชื่อว่า สนามบิน Duty Free เพราะร้านเยอะมากกกก) นั่นแหล่ะ แต่ก็ไม่ได้ช้อปอะไร ด้วยความง่วงด้วย เมื่อยด้วย ของเยอะจนมึน เดินวนๆ กันอยู่ซักพักก็เดินไปที่ GATE ดีกว่า มองนาฬิกาอีกที เพิ่งจะไม่ถึงสี่ทุ่ม นั่นหมายความว่าเราจะต้องนั่งรอกันอีกนานนนนนน
ก่อนที่จะเดินผ่านไปที่ GATE ได้ก็จะต้องมีการผ่านด่านรักษาความปลอดภัยซะก่อน อันนี้แหล่ะ ทำให้อารมณ์เจ๊งได้มากที่สุด ด้วยความที่เรามีทั้งพระ ทั้งเข็มขัด พอผ่านประตูก็เลยร้อง ก็มียัยป้าคนนึงมาเรียกเราไปยืนบนแท่นเพื่อจะตรวจ ไอ้เราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการเลิกเสื้อขึ้นเพื่อจะโชว์ว่ามันเป็นเข็มขัด ป้าแกก็จับตัวอยู่ได้ แล้วก็ทำหน้าเบื่อใส่ชั้นยังกะชั้นเป็นผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์ (หน้าชั้นเหมือนยังงั้นเชียว???) รู้แล้วว่าต้องเข้มงวด แต่มีมารยา ทบ้างก็ไม่ตายป๊ะ??? พอได้ฤกษ์ลงมาจากแท่นตรวจส่วนบุคคล ก็เจอกับความซวยซ้ำสองอีก มีเจ้าหน้าที่หนุ่มคนนึง เดินมาพร้อมกระเป๋าดิชั้น แล้วถามว่านี่กระเป๋าใครครับ เท่านั้นแหล่ะ ชั้นก็รู้เลยว่ามีดสวิสสุดที่รักจะต้องจากไปอย่างเป็นแน่แท้  โฮๆๆๆๆๆ ละเว้นซักครั้งก็ไม่ได้ ไอ้น้ำโง่เอ๊ย ทำไมไม่คิดให้มันยาวกว่านี้ เราก็ลืมไปเลยเพราะว่าตอนไปภูเก็ตก็แสกนผ่านนี่กว่า ทำไมตอนนี้ไม่ให้ผ่านเล่า อยากกรี๊ดซะแปดรอบ แต่ก็ยังดีนะ ที่พ่อหนุ่มคนนี้มีมารยาท ไม่เหมือนยัยป้านั่น ไม่งั้นชั้นต้องขอโวยก่อนที่จะสละของล่ะ
ผ่านขั้นตอน Security มาได้ โดยไม่โดนจับข้อหาพกมีด (สวิส) ใส่เข็มขัด และห้อยพระ ก็เข้ามานั่งรอเจ๊หนุ่มกันที่ GATE นั่งไปประมาณสามชั่วโมงครึ่งเจ๊แกก้อยังไม่โผล่มา จวบจนกระทั่งเกือบห้าทุ่ม เจ๊แกก็เดินเฉิดฉายมา ผ่านพวกเราไปโดยมีเพียงรอยยื้มให้หนึ่งทีเท่านั้น แล้วก็เดินตัวปลิวเข้าห้องสูบบุหรี่ไปโดยไม่ได้บอกว่าเราต้องทำอะไรมั่ง (งงว่ะ) นั่นแหล่ะ เราก็นั่งรอกันจนเค้าเรียก board เจ๊แกก็ยังไม่ออกมา กะเหรี่ยงสามคนก็นั่งคิดกันว่า นี่เราควรเข้าไปเลย หรือต้องรอเจ๊แกวะ ขบคิดกันไปจนคนจะขึ้นเครื่องกันหมด เจ๊แกก็ออกมา ก็ยังเงียบอยู่ จนเค้าเดินไปต่อแถวเนี่ยแหล่ะถึงได้รู้ว่า "ไม่ต้องรอ" กำจริงๆ
นั่นแหล่ะ ในที่สุดก็ขึ้นเครื่องมาจนได้ เที่ยวบิน TG 658 บินตรงสู่สนามบินอินชอน เกาหลีใต้
ผ่านไปได้สามชั่วโมงกว่า ยังไม่ทันได้หลับได้นอน ไฟก็สว่างพรึบ ซักพักแอร์ก็เดินมาเสริฟอาหารเช้า ไอ้บ้า ตีสามใครจะไปกินลงฟระ เสียดายมากๆ 555 เหลือบาน
2 December 2007

 

ย่างเข้าสู่วันที่สองของการเดินทาง ข้ามมาสู่ประเทศเกาหลีแล้ว อีกไม่นานเครื่องก็จะลง ณ สนามบินอินชอน ข่าวว่าเป็นสนามบินที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกทีเดียว เป็นรองจากชางฮี แล้วก็อะไรซักอย่างที่ญี่ปุ่น ที่ไม่ใช่นาริตะน่ะ

 

เอาล่ะ พอเครื่องลงปุ๊บ กะเหรี่ยงสามคนก็ล้าหลัง (อีกแล้ว) เดินออกมาจากงวงปุ๊บก็เห็นทัวร์กลุ่มใหญ่ยืนรออยู่ ดูไปดูมาก็ อ้าว ทัวร์ตูนี่หว่า ได้ข่าวว่าเค้ารอเราอยู่สามคนเท่านั้น พอเดินไปถึง เจ๊หนุ่มก็ป่าวประกาศว่าอ้าว มาแล้ว สามสาว T-Skirt เออ ดีแฮะ 55 พอรวมกลุ่มได้ พี่หนุ่มเค้าก็บอกวิธีที่จะผ่าน Immigration ของเกาหลี เนื่องจากว่าเป็นที่ร่ำลือมากว่า ผ่านยาก ไร้มาตรฐานในการตรวจมากๆ เราก็เอา สู้โว้ย fighting!!! อ่อ ก่อนที่จะไปผ่าน Immigration ที่เกาหลีนี่ก็จะมีแผ่นเหลืองๆ ให้กรอก เป็นประมาณว่าแผ่นแจ้งโรค ก็ต้องผ่านตอนนี้ไปก่อน

 

นั่นแหล่ะ พอมาถึงด่าน Immigration ทุกคนก็เริ่มสั่น จริงๆ ไม่ใช่เพราะหนาวหรอก แต่ทุกคนดูท่าทางตื่นๆ มากกว่า ว่า จะเสียตังค์ฟรีมั๊ยนี่ตรู 555 พอเราไปเข้าแถวตรงที่เป็น foreigner ใช่ป่ะ ก็มีตาลุงคนนึงเดินมาบอกให้เปลี่ยนแถวไปต่อแถวอื่น เพราะสั้นกว่า พวกเราก็แบบ อ่ะ ไปก็ไปวะ พอไปต่ออีกแถว เฮียแกก็แบบไปอีกแถว (ให้เลื่อนแถวอยู่ได้) เป็นอย่างนี้ประมาณสามรอบ จนเราแบบเห็น ต.ม. คนนี้หน้าถูกชะตาก็เลยหยุด อิอิ ดูท่าทางจะคุยกันรู้เรื่องหน่อย 55 แต่ยัยจิ๊บกะยัยออยดันเดินตามเค้าไปเข้าอีกช่องนึง ซักพักพวกมันก็เข้าไปในช่อง รอไม่นานก็ถึงคิวเรา ไปถึงเร