เอาล่ะ หมดไปหนึ่งวันแล้ว วันนี้ตื่นแต่เช้าแล้วเตรียมตัวไปล่องแก่งหรือว่า White-Water Rafting กันดีกว่า (จริงๆ ก็ไม่รู้ว่า White-Water คืออาราย แต่ที่แน่ๆ น้ำที่ไปล่องเนี่ย เป็นสีกาแฟใส่นม!!!)

อ่า พี่สาวคนที่โฆษณาอยู่เมื่อวานนัดให้เรามาเจอกันตอนเจ็ดโมงครึ่ง แต่...ไม่มีใครฟัง เลยจับความได้ว่านัดเจ็ดโมง พอเจ็ดโมงก็เดินมาที่ร้านหนมจีนข้างๆ (คือคุณลุงเจ้าของเค้าทำกิจการหลายอย่างน่ะ แต่เราไม่มีโอกาสได้กินหนมจีน เพราะว่า ไม่ชอบ กินทีไรเลอะทุกทีเลยไม่อยากกิน) เดินวนไปวนมาซักพักถึงได้เจอพี่เค้า และได้รู้ว่าเค้านัดเจ็ดโมงครึ่ง ค่ะ สวัสดี ก็ไม่เป็นไร ไหนๆ มาแล้วก็ซัดกาแฟดำไปหนึ่งแก้วและไข่คนอีกหนึ่งกระทะ เอ๊ย หนึ่งจานเท่านั้น (ซึ่งไม่ควรเลย อาหารทั้งหลายเกือบได้กลับคืนสู่ธรรมชาติซะแล้ว) จริงๆ มีเรื่องอยากเล่า แต่ คิดอีกทีไม่เอาดีกว่า "เรื่องไม่ดี...ไม่จำ"

แปดโมงล้อรถปิ๊กอัพมีแคบดูไปคล้ายสองแถวก็เริ่มหมุน ทริปนี้มีผู้ร่วมชะตากรรมอีกสี่คน เป็น ช ต่างชาติสองคน มาจากอังกฤษคนนึง และอีกคนไม่อยากจะเอ่ยถึง แล้วก็พี่ผู้หญิงอีกสองคนซึ่งต้องไปรับที่บ้านพัก

พี่คนขับ (รู้ภายหลังว่าชื่อพี่เทพ) ก็พาเรามุ่งหน้าไปยังจุดออกเรือ ระหว่างทางพี่เทพใจดีแวะให้ถ่ายรูปที่กิ่วลม ขอบอกว่าสวยมากจริงๆ แต่เสียดายพกแต่ IXY ไปเพราะกลัว LOOMI จะตกน้ำป๋อมแป๋มแล้วป่วย เสียดายมาก รูปที่ได้มาก็จะเป็นประมาณนี้ (พอตกเย็นเสียใจมากยิ่งขึ้นที่ไม่ได้เอา LOOMI ไปด้วย ฮือๆๆ)

เหมือนอยู่บนสวรรค์เลยเนอะ

 

สวยมากจริงๆ แต่ความสุขระยะสั้นก็หมดลงเมื่อคุณลุงเจ้าของ (ทราบชื่อภายหลังว่าคุณลุงเล็ก) ขับรถตามมาทันพร้อมกับอีกกลุ่ม ซึ่งกลุ่มนี้จะอยู่ค้างคืนด้วย เป็นฝรั่งล้วน คุณลุงรีบบีบแตรไล่ เราเลยเข้าใจว่าพี่เทพหยุดรถนอกเหนือคำสั่งคุณลุงนั่นเอง 555

เอาล่ะ นั่งรถกันไปประมาณเกือบสองชั่วโมง (นี่ว่าพี่เทพตีนผีแล้วนนะ) ก็ถึงจุดออกเรือ ก่อนที่เราจะไปลงเรือกันก็จะต้องมีการเตรียมตัวกันนิดหน่อยเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลุงเล็กก็ให้ใส่ชูชีพและหมวกกันน็อก เออ ไม่รู้เรียกอะไร นั่นแหล่ะ แล้วก็สอนวิธีการพาย และการเอาตัวรอด?!?! จริงๆ ใครไม่ตั้งใจฟังนี่มีดุและด่าเป็นพักๆ เราชอบที่เค้าเอาใจใส่ลูกทัวร์จริงๆ

สรุปแล้วเราเจ็ดชีวิตก็ต้องฝากชีวิตไว้ในกำมือของคนสองคน คนหนึ่งเป็นกัปตันเราขอขนานนามให้ว่า "นายปอ ปากมาก" และพี่จอนซึ่งขี่แคนนูตามไปเป็น Life Guard 555

โอ้ว ไม่รู้จะเล่ายังงัยน่ะ สนุกจริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ควรไปลองกันซักครั้ง นายปอบอกว่าถ้าเป็นมือใหม่เนี่ย ช่วงปลายๆ ตุลากะลังดีเลย เพราะถ้าหลังจากนี้แล้วจะไม่ค่อยแรงเท่าไหร่ น้ำจะนิ่งมากคล้ายๆ มาพายเรือชมวิวมากกว่า แต่ถ้าเป็นช่วงสิงหากันยาเนี่ย น้ำจะแรงมาก จะมีพวกท่อนไม้ ท่อนซุงมาลอยเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ น่ะ

ที่นี่เค้ามีพาไปโดดผาเก้าเมตรด้วย คือ เราอ่ะ กลัวความสูง แต่ก็อยากลองโดดดูมั่ง ดูแล้วเหมือนพวกหนังจีนน่ะ เวลาหนีไปตามหน้าผาแล้วต้องโดดลงน้ำแล้วไม่ตายน่ะ อยากได้ความรู้สึก (บ้าไปแล้วป่าวเนี่ย) นั่นแหล่ะ ดูอยู่ข้างล่าง อืมมม ไม่สูงเท่าไหร่นี่น่า ลองดูละกัน พอปีนขึ้นไป (ด้วยความยากลำบากเพราะแคบและลื่น) นี่มันอะไรเนี่ย ใจหวิว จะตกลงไปซะให้ได้ ผู้ร่วมชะตากรรมโดดลงไปสามคนแล้ว คะยั้นคะยอให้เราโดด เราก็เดินไปเดินมา ทำท่าจะโดดอยู่หลายรอบ อย่างเราเรอะ จะมีพลาด...แต่ไม่ไหวจริงๆ อ่ะ มันสูงมาก ไม่กล้าโดด กลัวโดดไปแล้วทำท่าไม่ถูกแล้วจะเจ็บตัวเอา ไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน (ก็อ้างไปงั้นแหล่ะ จริงๆ ทำใจให้กล้าไม่ได้มากกว่า) สุดท้ายก็ต้องปีนลงกลับมาทางเดิม (ยากกว่าโดดลงน้ำอีก)

พอผ่านวิกฤตไปได้ ล่องแก่งก็ไม่มีอะไรมาก สนุกดี พอใกล้จะถึงปลายทางนายปอก็ให้นั่งเรือชมวิวสวยๆ แบบนี้

อันนี้เป็นจุดพักกินข้าวผัด ไกลๆ สีน้ำตาลๆ นั้นคือแม่น้ำปายที่เราไปล่องแก่งกัน

หน้าตาของกัปตันปอ ปากมาก ใครจะไปล่องแก่งกะบริษัทนี้ แนะนำขอกัปตันคนนี้ ฮามาก แต่ออกจะกวน...ไปนิดส์ แต่รับประกันปลอดภัยหายห่วง

แล้วเราก็คงจะได้ชมวิวชิวๆ ของแม่น้ำสวยๆ ต่อ ถ้าบุคคลอันไม่พึงประสงค์จะเรื่องมากเมาเรือหรืออะไรขึ้นมาอีก เฮียแกมีปัญหาตลอดทางและตลอดไปอ่ะ บ้าจริงๆ เอาเหอะ ก็เลยต้องรีบจ้ำพาย เมื่อยก็เมื่อย ต้องมาพายให้อีก

กลับมาอาบน้ำที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ขอบอกว่า ห้องอาบน้ำนี่รวมกับห้องน้ำเลย ใครทนไม่ได้ (แบบเรา) ก็ให้เปลี่ยนเสื้อแล้วก็อดทนกลับไปอาบที่บ้านละกันนะ ไม่นานเกินรอ

ขากลับ คุณลุงเล็กพากลับเอง นั่งมาข้างหลังอ่าาาา ลมตี หนาวโคตรๆๆๆๆ สุดๆ แล้วอ่ะ หนุ่มอังกฤษยังหนาวเลย (ก็แน่ละสิ เค้าใส่เสื้อยืดกะขาสั้นนี่หว่า) แต่ลุงก็ขับเร็ว กลับมาผมแห้งพอดี 555 เสียดายอีกอย่างก็ตรงที่ได้เห็นพระอาทิตย์ลับหุบเขามี foreground เป็นทะเลหมอกยามเย็นแล้วไม่ได้เก็บภาพมาฝากเนี่ยดิ่ เสียใจมากๆ สวยๆๆๆ อยากให้ทุกคนได้เห็นกัน (แม้ว่าจะรู้ว่าถ่ายรูปออกมาจะไม่มีวันสวยเท่าของจริงก็เหอะ) เสียดายมากๆ ที่ไม่ได้พก LOOMI ไป

คุณลุงจอดส่งเราที่ปากทางเข้าบ้านพักเพราะว่ารถเข้าไปไม่ได้ วันนี้ปิดเป็นถนนคนเดิน ก็เดินกลับบ้านด้วยความหิวโซ

เห็นร้านพิซซ่าตรงข้ามบ้านพัก (ชื่อไรไม่รู้จำไม่ได้จริงๆ) ก็รีบกระโจนเข้าใส่ สาบานว่าไม่ได้ตะกละ แต่สั่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วทุกอย่างก็อร่อยหมดเลย มื้อที่สองแล้วนะที่กินพิซซ่าที่ปาย

มาดูหน้าตาอาหารให้อยากเล่นกันดีกว่า

จานแรก ชีสทอดอะไรซักอย่างเนี่ยแหล่ะ

จานต่อมาขนมปังกระเทียมหน้าตาไม่เหมือนพิซซ่าฮัทน่ะ แต่เหมือนกับร้านพิซซ่าเตาถ่านทั่วไป

จานต่อมา นี่เลย สลัดทูน่า คือจริงๆ ตอนมา มันจัดมาสวยกว่านี้อ่ะ แต่เพื่อนมือไวใจเร็ว เลยกลายเป็นแบบนี้

จานต่อมาเป็นพระเอกของวันนี้ พิซซ่าอะไรซักอย่าง ไม่สนใจจะจำชื่อด้วยซ้ำ เพราะหิวมากกก

บอกตรงๆ ว่าพิซซ่าร้านนี้อร่อยกว่าบ้านปาย แต่ว่าแป้งบ้านปายอร่อยกว่า

และแล้วก็มาถึงพระรองอย่างราวิโอลี่ผักโขม อร่อยสุดๆๆๆๆๆๆ

ปิดท้ายด้วยตัวประกอบอย่างลาซานญ่าหมู เละมาก แต่ก็อร่อยไปอีกแบบ

หมดแล้ว พออิ่มเริ่มมีแรงก็เดินทางต่อไปช้อปปิ้งกัน ได้ของมาเยอะอยู่ แล้วก็กลับมานอนได้เกือบเที่ยงคืน ด้วยความหวังที่ว่าพรุ่งนี้จะตื่นสายๆ เพราะรถออกบ่ายสอง

หมดไปอีกวันแล้ว ยังไม่ได้ทำไรเลย

Comment

Comment:

Tweet

เค้าป่าวมือไวใจเร็วนะ

คิดถึงตอนที่ฝนตกปรอยๆ แล้วมีแดดอะ สวยสุดยอด
งานนี้ต้องขอบใจมิ่งที่เป็นตัวต้นคิด และก็ขอบใจแกด้วยที่คอยดูแลคุณหนูวี 555

#1 By V (203.144.130.176) on 2008-10-30 13:57