something in Macau วันที่ 1:)

posted on 12 Mar 2009 00:04 by namween in Travel

โห...แบบว่าเห็นหัวเรื่องแล้วก็เศร้าใจกับตัวเองเหลือเกินว่าปล่อยให้วันเวลาผ่านมาเนิ่นนานแบบนี้ได้ยังงัย เฮ้อ ช่วงนี้ก็แบบยุ่งๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย ตอนนี้ก็รอเก็บงานอยู่ เลยไม่รู้จะทำอะไร ก็มาว่ากันด้วยเรื่องมาเก๊าดีกว่าเนอะ

ก่อนปีใหม่ไม่นานมีนางฟ้าคนนึง (จริงๆ มันคงไม่อยากถูกเรียกว่านางฟ้าเท่าไหร่) ผ่านหน้าจอคอมมาเลย ไปเที่ยวมาเก๊ากันมั๊ย เผอิญได้ตั๋วมาจากญาติ แล้วก็แบบจองโรงแรมไปแล้ว เห็นว่าดิชั้นเบื่ออยู่ก็เรยยยแบบชวน เราก็ยิ่งใจง่ายอยู่ ชวนหรอ มีหรอคะจะไม่ไป คุณน้อง

ว่าแล้วก็ต้องมาใช้บริการ air asia หลังจากที่เคยตั้งปณิธานไว้แล้วหลังจากไปสิงคโปร์มาเมื่อสามสี่ปีที่แล้วด้วยหางแดง มันดีเลย์ค่ะพี่น้อง นานมาก นั่งรอกันจนเมื่อยเลย แต่คราวนี้มันจำเป็นจริงๆ เลยเข้าไปดูเวบกะว่าจะเช็คราคาเฉยๆ ไม่อยากจองผ่านเวบเพราะว่ากลัวมีปัญหา (ก็แบบคนไม่ค่อยทำธุรกรรมทางอีเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีความมั่นใจ) แต่พอไปที่บูธขายตั๋วที่โลตัสเท่านั้นแหล่ะค่ะ ประมาณเก้าพันนะคะ เหย เพิ่มมาจากไหนอีกสามพันคะ สาบานว่าในเวบมันแค่หก พนักงานตัวแดงคนสวยใจดีก็บอกว่า อ่อ ในเวบมันเป็น eco promo ค่ะ ดังนั้นจึงถูกกว่า เราก็ เอาก็เอา(วะ) จ่ายแพงกว่าทำไม กลับบ้านแล้วก็เปิดคอม (คอมก็ต้องใช้เดสก์ทอปที่แบบช้ามากมาย เพราะกลัวใช้ลูกรักแล้วจะจ่ายตังค์ไม่ได้) เลือกนู่นเลือกนี่อยู่พักใหญ่ เป็นโรคจิตเล็กน้อย ต้องเช็คนานมาก เพราะกลัวมีปัญหา สุดท้ายเป็นไงล่ะคะ error คร้าบบบ งงเรยย โทรไปที่ call center เค้าก็บอกว่า อืมม ของแบบนี้เกิดขึ้นได้ครับ อาจจะเป็นเพราะว่ามีคนใจตรงกะเราจองตั๋วจ่ายตังค์พร้อมกันพอดี แต่เผอิญเค้าจ่ายได้แต่เราจ่ายไม่ได้ ก็เลยรีบโทรไปเช็คกับบัตรว่าตัดเงินรึยัง บัตรบอกว่า ยังค่ะ เลยอุ่นใจ พนักงานที่ call center ถามว่าจะลองใหม่หรือจะให้ทางเราจัดการให้ เราก็แบบกำลังจะถามว่าราคาต่างกันมั๊ย ก็เหมือนเค้ารู้ใจ ชิงบอกมาก่อนว่า แต่ราคาต่างกันนะครับ เราก็รีบดูเป็นคนดี อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ จัดการเองดีกว่าค่ะ (ไม่ได้เกรงใจอะไรหรอกนะ สามพันก็ไม่ไหวป๊ะ)

เอาล่ะ เมื่อได้ตั๋วเครื่องบินมาแล้วก็อุ่นใจ ก่อนจะไปไม่กี่วันก็แบบถามเพื่อนที่เพิ่งไปว่า อากาศเป็นงัยมั่งนู่นนี่ มันเอาใหญ่เลย หนาวมากเลยแก หนาวมาก ไอ้เราก็ชักหวั่นใจ จะเอาเสื้อหนาวไปกี่ตัวดี สุดท้ายก็แบบตัดใจ เอาแจ็กเก็ตไปตัวนึง แล้วก็เสื้อถักอีกตัว

หมดเรื่องอากาศ ก็ไปหาที่แลกตังค์ สะพานควายครับพี่น้อง เดินเข้าออกกี่ร้านก็ "ไม่มีเงินมาเก๊าแลกนะคะ ไม่ค่อยคุ้มเพราะค่าเงินมันไม่มีเลย" อ่าว แล้วชั้นทำงายยยย เห็นในเวบเคยมีคนแนะนำว่า เงินฮ่องกงใช้ที่มาเก๊าได้ ก็แบบ จะแลกตังค์ฮ่องกงไปดีมั๊ยน้า ปรึกษาท่านผู้ใหญ่ที่บ้าน ท่านก็บอกว่าอย่าแลกเลย เอาเงินเมกาไปแลกที่สนามบินเลยดีกว่า ก็เลยตัดใจไปตายเอาดาบหน้า

เอาล่ะ เดินทางกันดีกว่า แบกกระเป๋าขนาดย่อม (แต่ก็ยังใช้คำว่าแบก เพิ่งมารู้ทีหลังว่าคุณน้องที่ไปด้วยกันนี่เค้าแบบเอาเป้ไปใบเดียวเล็กมาก) มาเจอกันที่สนามบิน เครื่องบินออก กี่โมงหว่า ประมาณสิบโมงหรืออะไรประมาณนี้แหล่ะ ก็มาแปดโมงกว่าๆ เคาน์เตอร์เปิดพอดีเลยเข้าไปเช็คอินก่อน ซักพักคุณน้องโทรมาแล้วคุณน้องก็แบบทำมายไม่รอเช็คพร้อมกัน อ่าว ไม่รู้นี่หว่า แต่ก็ไม่เป็นไร ก็มาเจอกันที่ร้านบะหมี่ของโปรด (ของชั้น) พอได้เวลาก็แบบว่าเดินไปรอที่เกท .... ต้องผ่าน security อีกแล้วครับท่าน แต่คราวนี้ ผ่านฉลุย (เพราะว่าถอดของออกหมดเรยย)

นั่งรอที่เกทไม่นานก็แบบคนเริ่มเข้าแถวสจ๊วตก็เรียก "express boarding" ครับ (หรืออะไรซักอย่าง) เราก็แบบ ไม่ใช่พวกเรามั๊ง นั่งเอ๋อกันไปซักพัก คนก็เริ่มไปเข้าแถวหมด สรุปก็คือ โง่กันเอง ที่จริงก็แบบรีบลุกไปเข้าแถวเลยก็ได้ โชคดีที่ได้ที่นั่งดี งืมๆ

เอาล่ะ ขึ้นเครื่องได้มันก็คว้ากล้องมาเรย ถ่ายนู่นนี่ เอ้า ตามสะดวกค่ะคุณน้อง

พอไปถึง ก็รีบไปแลกตังค์ คือ ออกมาก็เจอเลยอ่ะ สนามบินเล็กมากกกกก ก็จะมีเคาน์เตอร์แลกตังค์อยู่ แล้วก็มีคุณผู้ชายนั่งอยู่ ทำหน้าบอกบุญไม่รับ 55 ไม่ว่ากัน แลกตังค์ได้มาพันกว่า (1,078/USD100)

ออกมาจากตัวอาคารก็เห็นป้ายรถเมล์อยู่ข้างหน้า a1 ไปไหนก็ไม่รู้ คุณน้องที่มาด้วยก้อบอกว่าคันนี้ไม่ได้ไปโรงแรม งืมๆ ทำไงดีล่ะ เดินกันอยู่ซักพัก นึกอะไรไม่ออก วนอยู่รอบอาคารนั้นแหล่ะ ที่สำคัญ อากาศร้อนมากกกกกก ต้องถอดแจ๊กเก็ตออกถึงจะคิดออกว่าจะไปถาม information (ตอนแรกคุณน้องก็บอกให้นั่งรถเวเนเชียนไป กรรม คนละทิศกันเรย) จะไปถามว่า รถเมล์เบอร์ไหนไปโรงแรม Sintra มั่ง เจ๊เค้าก้อบอกว่า ไม่รู้หรอก แต่ว่าให้นั่งรถของ Grand Emperor ไป แล้วเดินไปบล็อกนึง โรงแรมใกล้ๆ กัน อืมมมม โอเค ดีเข้าไปใหญ่ ไม่ต้องเสียตังค์ด้วย ก็เลยไปรอรถกัน เผอิ๊ญ รถมันจอดรออยู่แล้ว เลยเดินขึ้นไปเลย แนะนำนะ ถ้าใครจะมาล่ะก็ หาดูแผนที่ไว้เลย ว่าอยู่ใกล้โรงแรมใหญ่ๆ อะไรมั่ง แล้วก็นั่นแหล่ะค่ะ ขึ้นไปเลย ประหยัดได้เยอะ แถมสบายอีกตะหาก มาดูหน้าตารถผู้เอื้อเฟื้อกันดีก่า

ก็นี่แหล่ะค่ะ อาศัยเค้านั่งมา ไม่นานก็ถึงในเมืองโรงแรมนี้อยู่ใกล้ๆ ลิสบัวเลย ลงสะพานมาปุ๊บก็แบบหันไปเห็นตึกสีสวยๆ เฮ้ย นั่นไงๆ โรงแรมเรา ไม่หลงแล้ว มัวแต่ดีใจกัน หันมาอีกฝั่ง อ่าว นี่มัน grand emperor นี่หว่า 555 แบบว่าอยู่กันคนละฝั่งของถนนเท่านั้นเองแหล่ะ โชคดีเป็นบ้าเรย

เข้ามาก็เช็คอินอะไรไปตามเรื่อง แล้วก็ขึ้นห้อง เห็นเตียงเท่านั้นแหล่ะ ลืมสิ้นทุกสิ่งอัน ลืมไปด้วยว่าเพิ่งบ่ายเท่านั้น สงสัยจะเหนื่อยจากการเดินตามหารถ เอ้อ ลืมบอกไปว่า หลังจากที่ได้อ่าน review มามากมายจากหลายสำนักเนี่ย ก็ได้รู้ว่า การขึ้นรถเมล์ที่นี่เนี่ย ต้องจ่ายเงินให้พอดี แล้วก็รับแต่เหรียญ เพราะเค้าจะเป็นแบบให้หยอดเหรียญลงไปเอง โดยจะมีราคาบอกไว้ เพราะนั้นเนี่ย ก็ต้องแลกเหรียญเก็บไว้บ้าง แต่บางทีก็แอบคิดนะ ว่าทำไมเราจะต้องเดินไปตามหาเหรียญโดยการซื้อของ(ที่เราไม่อยากได้) ที่เซเว่น แย่จริง แต่ก็นั่นแหล่ะ บางทีก็ต้องยอมเสียเงินเกิน เพราะขี้เกียจไปตามหาเหรียญ แต่ก็พยายามให้เสียน้อยที่สุด หน้าตารถเมล์จะเป็นเยี่ยงนี้

 

นอกเรื่องมานาน อ่ะ กลับมาต่อก่อน พอพักซักแป๊บ เริ่มมีแรง ก็แบกกล้องกันออกมาสองคน เดินด๊อกแด๊กด๊อกแด๊กไปตามเรื่อง (ไอ้คุณน้องแบกขาตั้งกล้องอันใหญ่มากไปด้วย แถมหนักอีกต่างหาก กะว่าตอนกลางคืนถ่ายสวยแน่นอน) 

เป้าหมายแรกตามหนังสือของคุณน้องคือ Senado Square เป็นจุดแบบว่า the must ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน พอไปถึงค่ะ สิ่งแรกที่เห็นเลยค่ะ อยู่หัวมุมถนนเลย (แอบเดินไปดูตรงประตูแล้วเข้าใจว่าเป็น post office รึป่าวอันนี้ก็ไม่แน่ใจ)

แต่ก่อนที่จะข้ามไปฝั่ง Senado ก็แวะไปฝั่งตรงข้ามก่อน โห บรรยากาศงี้ ตรุษจีนเชียว ที่นี่มีชื่อว่า Instituto Para Os Assuntos Civicos E Municipals แอบเห็นมีคนมาถ่ายรูปแต่งงานด้วยอ่ะ แต่ว่าแอบถ่ายมาไม่ทัน เค้ากลับก่อน

(รูปนี้ไม่ได้จัดงานแต่งนะ เป็นตรุษจีน 55)

พอออกมาได้ มองไปฝั่งตรงข้ามถนน โห นี่มาเก๊าหรือเยาวราชฟระ ตรุษจีนมากๆ อ่ะ

ไม่ได้ทำรูปที่ถ่ายบรรยากาศตรงกลางไว้ (ด้านขวาของรูปนี้ คิดต่อละกันว่าตรุษจีนขนาดไหน 55)

เดินต่อกันดีกว่า ไปถึง senado ทั้งที อันดับแรกที่คุณน้องเปิดตามหนังสือ คือ ร้านนมตุ๋น หรืออะไรประมาณนี้อ่ะ เค้าเรียกกันว่า milk pudding นะ เวลาไปถึง สั่งแบบนี้จะได้กิน 55 เค้าจะเข้าใจ เราเข้าไปแบบเอ๋อๆ แต่โชคดีที่นั่งติดหน้าร้าน ติดตู้แช่ที่เค้าแช่เอาไว้เลย ก็จิ้มๆ ชี้ๆ เอา 55 หน้าตาเป็นแบบนี้ น่ากินเนอะ อร่อยด้วย

แง๊ หงุดหงิด ไม่ได้ทำรูปหน้าร้านไว้อีกล่ะ ชื่อร้านติดไว้ก่อน (ตอนนี้เขียนจากที่ทำงาน เด๋วกลับไปเอาข้อมูลที่บ้านก่อน)

อ่อ ราคาค่ะ ถ้วยละ 16 เหรียญ มีทั้งแบบเย็นและแบบร้อน อันนี้เป็นแบบเย็นค่ะ แบบร้อนเป็นงัยไม่รู้ จริงๆ ไปกันสองคนน่าจะสั่งสองแบบ แต่ปากไวไปหน่อย ตื่นเต้นด้วย เค้าบอก two เราก็พยักหน้าโลด 55 กะเหรี่ยงจริงๆ อ่ะ

อิ่มแล้วก็เดินออกจากร้าน (สรุปมื้อนี้ ข้าวกลางวันก็เป็นเจ้านี่แหล่ะค่ะ) ก็เดินไปที่ Holy House of Mercy ค่ะ จะเป็นพิพิธภัณฑ์ น่าสนใจดีค่ะ แต่ไม่ค่อยมีคนไปเลย ค่าเข้าแค่ 5 เหรียญเอง อันนี้เป็นทางเข้านะคะ ทางเข้าจะอยู่ในซอยข้างๆ เลย

ให้ดูวิวตอนกลางคืนคู่ไปเลยดีกว่า

จริงๆ มันสวยนะ แต่เราถ่ายออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ไม่มีขาตั้งด้วย ไอ้คุณน้องมันแบกไป อย่างหนักอ่ะ

คุณลุงที่ดูแลที่นี่น่ารักมาก เราเข้าไปกันแบบงงๆ มันต้องขึ้นไปชั้นสองน่ะ ขึ้นไปแล้วก็แบบ ไมเงียบจัง เข้าทางไหนเนี่ย เปิดรึป่าว พอคุณลุงเห็นพวกเราก็แบบมาต้อนรับ มาชวนขึ้นไป เราก็ใจง่ายอีกล่ะ เดินตามขึ้นไป เสียค่าเข้า 5 เหรียญ แล้วคุณลุงก็ชี้ให้ดูนู่นนี่ (แอบน่ากลัว 55) แถมยังชวนให้ถ่ายรูปมุมนู้นมุมนี่ เท่านั้นไม่พอ ต้องถ่ายรูปตาลุงนี่เยอะมาก 55

นี่เป็น senado ที่ถ่ายจากที่นี่ รูปล่างเป็นห้องใน holy house น่ะ

พอลงมาได้ก็เดินต่อไป จริงๆ จุดหมายสุดท้ายอยู่ที่ St. Paul's แหล่ะ แต่ก็เดินถ่ายรูปโบสถ์ วัดไปตามทาง เยอะมาก เริ่มจากที่แรกก่อนเลย

(บอกก่อนว่าแต่นี้ต่อไป ถ้าแบบบอกชื่อวัด ชื่อโบสถ์ผิดไปจากรูปก็ต้องขอภัยด้วยฮ่ะ จำไม่ค่อยได้ 55 อาจจะมีสับกันเล็กน้อย)

โบสถ์นี้อยู่ตรงข้าม bossini shop เลย แหะๆ คนเยอะมาก เลยเข้าไปได้แป๊บเดียว (หมายถึง bossini นะ 55)

รูปนี้เป็นตอนเดินผ่านจะไปวัดนาจา (หรือชื่ออะไรประมาณนี้) ที่คุณน้องเค้าเลือกที่จะเดินอ้อมเพื่อไปดูวัดนินจา แทนที่จะเดินตรงขึ้นไป St. Paul's ทีเดียว (ทั้งๆ ที่มันก็เชื่อมกันอยู่ กรรม)

วัดนาจาค่ะ แล้วก็กำแพงเมืองเก่า สั้นมาก เหมือนกำแพงบ้าน ถ้ามองไปทางขวาอีกนิด (จากรูปอ่ะนะ) ก็จะเจอ St. Paul's แล้ว 55

และนี่คือ แต่น แต่น แต๊นนนน

อีกมุม

อีกมุม

เด๋วมีอีกจากบนป้อม ขอกั๊กไว้ก่อน

อันนี้เป็นถ่ายตอนกลางคืน ถ่ายลงมาเห็น Lisboa ด้วย คุณน้องตั้งข้อสังเกตว่าอยู่ในมาเก๊า มองจากมุมไหนก็เห็น Lisboa เออ มันก็จริง

มาดูวิวจากบนป้อมกันดีกว่า

ใช้กล้องตัวเล็กถ่ายเลยซูมได้แค่นี้อ่ะ ขี้เกียจหยิบตัวใหญ่ออกมา เพราะทั้งเหนื่อยและเมื่อย 55

ป้อมที่ว่าขอติดชื่อไว้ก่อนนะ แต่ทำไมไม่มีรูปเลยหว่า งง เอาเป็นว่า บนป้อมเนี่ยก็จะมีทางขึ้นไปยังพิพิธภัณฑ์ด้วย ขอให้ขึ้นบันไดเลื่อนนะจ๊ะ เพราะถ้าอยากออกกำลังแล้วเดินแบบเราเนี่ย เหนื่อยมากกกกกกก แถมเดินอ้อมอีก กรรม หน้าตา museum เป็นแบบนี้จ้ะ

แต่ไม่ได้เข้าไปดูข้างใน เพราะกว่าจะไต่ขึ้นไปถึง มันก็ปิดซะแล้ว ขากลับเลยอาศัยลงทางบันไดเลื่อน (เดินตามแก๊งสาวญี่ปุ่นไป 55) ใกล้ได้อีก

พอเย็นแล้วก็เริ่มหิว เลยเดินกลับ senado เพื่อหาข้าวกินก่อนที่จะมาถ่ายรูปรอบดึก

นี่คือหน้าตาร้านที่ไปกิน ก็อร่อยดีนะ

ชื่อร้านอะไรไม่รู้ จำไม่ได้อ่ะ แต่อยู่ตรง senado square เลย ถ้าจำไม่ผิดจะเดินเลย starbucks ไปนิดนึงน่ะ ก่อนถึงร้านนมตุ๋น (หันหน้าเดินไปทางถนนนะ)

อันนี้เมนูเรา หมี่อะไรซักอย่าง จิ้มๆ เอา 55 (แถมไม่มีรูปอีกตะหาก แต่ก็อร่อยดี หมดจานเลย หิวจัด) ขอเตือนก่อนว่า อาหารที่นี่จานใหญ่มาก กินได้ประมาณสามคน ถ้าไปกันสองสามคนสั่ง จานสองจานก็พอ ไม่งั้นเหลือแล้วเสียดายของจ้า

พออิ่มมีแรงก็เดินไปถ่ายรูป St. Paul's ต่อ แต่ว่าไม่ได้ทำรูปไว้ เพราะไม่สวยเลยอ่ะ ถ้าอยากถ่ายรูปตอนกลางคืนจริงๆ ต้องยอมเหนื่อยแบกขาตั้งกล้องไปด้วยนะ

และแล้วในที่สุดก็ถึง Hotel sweet Hotel มาถึง อาบน้ำสระผมแล้วก็นอนเลย ไอ้คุณน้องอยู่ดีๆ มันก็หลับไปเลย โดยไม่อาบน้ำ 55

อ่อ ลืมไป ก่อนที่จะกลับโรงแรมก็แวะไปที่ casino lisboa แป๊บนึง ไปเล่นขำๆ เสียไปประมาณห้าหรือหกเหรียญ(ฮ่องกง) เนี่ยแหล่ะ 55

จบวันที่ 1 ติดข้อมูลไว้เยอะเลย

Comment

Comment:

Tweet