หมายเหตุ ข้อความด้านล่างนี้เป็นเพียงการให้คำแนะนำเป็นการทั่วไปที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์เพื่อประโยชน์ในการศึ่กษาประกอบ หรือเป็นความรู้ประดับเท่านั้น ดังนั้น ในสถานการณ์และปัจจัยที่แตกต่างกัน อาจทำให้ข้อมูลแตกต่างกันไป ไม่ว่ากันหากจะอ่านเพื่อประกอบไว้เป็นความรู้เท่านั้น แต่ไม่อนุญาตให้นำไปอ้างอิงไม่ว่าอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ตาม ทั้งนี้ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ดังนั้น (อีกที) ถ้าใครมีอะไรแก้ไขเพิ่มเติม เม้นท์ได้เต็มที่นะคะ เพื่อประโยชน์สุขแห่งชาวสยามค่ะ

ตอนแรกเขียนเรื่องมาเก๊าค้างไว้ กะว่าจะอัพก่อนเพราะนานมากและ แต่เผอิญว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ ได้มีโอกาสไปทำอะไรใหม่ๆ มา แล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อย เลยมาปาดบล็อกตัวเองซะงั้นเลยดีกว่า เหตุผลอีกอย่างคือ ช่วงนี้เครียด รมณ์ไม่ค่อยดี เลยคิดว่ามาทำประโยชน์ซะมั่ง เผื่อคนที่กำลังเครียดเรื่องนี้ จะได้เครียดน้อยลงไปหน่อย แล้วก็จะได้มีคนเครียดบนโลกน้อยลงอีกคน

เห็นชื่อแล้วก็อย่าเพิ่งตกใจว่ามันจะแอบเป็นทางการไปนิดนึง ว่าแล้วก็เริ่มเลยดีกว่า

จบมา ทำงานมาสามปี ก็เพิ่งจะมีครั้งนี้แหล่ะ ที่ได้ทำเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลด้วยตัวเองจริงๆ ซักที เผอิญว่าเพื่อนน้า(หลงผิด)มาให้ช่วยทำเรื่องตั้งผู้จัดการมรดกให้ เราก็ด้วยความห่าม รับไปก็ได้(ฟระ) คงไม่มีอะไรหรอก(มั๊ง) ว่าแล้วก็หน้าด้านรับทำให้ โดยที่ไม่ได้นึกเล้ยว่าหน้าอย่างแกน่ะ ไม่เคยทำเรื่องนี้นี่ ทำไม่ได้แน่ๆ

ได้เรื่องมาก่อนอื่นก็โทรหาพี่ที่ทำงาน ขอตัวอย่างไรงี้ แล้วก็เริ่มหาข้อมูลในเนต ตามประสามือใหม่ แต่ก็อย่างว่าอะนะ ใครเค้าจะมานั่งเขียนให้ละเอียดขนาดนั้น (หรือเพราะโง่หาไม่เจอก็ไม่รู้) แล้วก็โทรหาเพื่อนให้มั่วไปหมด ทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันอย่างดียิ่ง ได้ข้อมูลมาก็เริ่มทำๆๆๆๆๆ เพิ่งรู้ว่าใช้เอกสารเยอะมากทีเดียว ไล่ให้ดูเลยละกันนะ

1. ต้องมีคำร้องก่อน อันนี้สำคัญมาก คำร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดก (ก็คือใช้แบบคำร้องทั่วไปนั่นแหล่ะ) หาได้ตามเนตนั่นเอง มีแบบสำเร็จรูปมาให้กันเลยทีเดียว ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

2. ใบแต่งทนาย อันนี้สำคัญเช่นกัน แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าก่อนอื่นก็ต้องมีทนายก่อนนะค้า (ในกรณี้ที่ไม่ได้ขอให้ท่านอัยการทำให้) แล้วก็ต้องมีตั๋วทนายด้วยนะคะ ไม่ใช่ทนายทั่วไป

3. คำร้องขอประกาศหนังสือพิมพ์ เผื่อโดนคัดค้าน อันนี้ก็หาได้ทั่วไปตามเนตเช่นกัน

4. บัญชีพยานค่ะ ส่วนใหญ่จะอ้างแค่ตัวผู้ร้องเท่านั้นเพื่อขึ้นแท่นพยาน แล้วก็จะอ้างพวกเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หาได้ตามเนตเช่นกันค่ะ

5. บัญชีทรัพย์ อันนี้ง่ายค่ะ แค่บอกว่ามีอะไรอยู่เท่าไหร่ (เอาที่เกี่ยวข้องกับที่เรามาขออะค่ะ อย่างเช่น ถ้าขอเรื่องที่ดิน ก็ระบุเฉพาะที่ดิน ถ้าขอเรื่องของในธนาคารก็ระบุแค่นั้น เพราะว่าเวลาศาลท่านสั่งแล้ว ก็จะสั่งเป็นการทั่วไป ไม่ต้องมาขอเรื่อยๆ ค่ะ)

6. บัญชีเครือญาติค่ะ อันนี้ไม่มีแบบค่ะ ตามสะดวก แต่ต้องระบุทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกให้ครบนะคะ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ บิดามารดาผู้ตาย คู่สมรสและบุตรของผู้ตายค่ะ ก็ทำเป็นแบบ family tree ก็ได้ค่ะ (ว่าจะไม่เขียนภาษาอังกฤษแล้วเชียว อดไม่ได้)

7. ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในปฐพีค่ะ เอกสารแนบคำร้องค่ะ ก็จะเป็นพวก ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุลของผู้ตาย (ถ้ามี) ใบมรณบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้านผู้ร้อง ทะเบียนบ้านผู้ตาย

8. ยัง ยังไม่หมด อันนี้ตะหากเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด "หนังสือให้ความยินยอม" ค่ะ ไม่มีแบบ แต่จะเป็นประมาณว่า ทายาททุกคนให้ความยินยอมตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก แล้วทายาททุกคนก็ลงชื่อค่ะ ไม่มีอันนี้ หมดกันทุกอย่างเลยนะคะ :)

เอกสารหมดยังน้า น่าจะหมดแล้วนะก็จะประมาณนี้ค่ะ

เวลาเขียนคำร้องก็เขียนทั่วๆ ไปค่ะ ผู้ตายเป็นใคร ตายเมื่อไหร่ ที่ไหน เพราะอะไร ผู้ตายมีทายาทกี่คน ผู้ร้องเป็นใคร แล้วมีเหตุอะไรทำให้จะต้องมาขอศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก เช่น ไปโอนที่ดิน แล้วเค้าให้กลับมาขอคำสั่งศาลตั้งเป็นผู้จัดการมรดก เป็นต้น ทายาทให้ความยินยอมแล้ว ผู้ร้องไม่เป็นคนประเภทต้องห้าม อะไรประมาณนี้ค่ะ

ทีนี้มาถึงวันไปยื่นค่ะ อย่าลืมตรวจสอบเขตอำนาจศาลก่อนไปนะคะ จะได้ไม่โดนไล่กลับมา เสียเที่ยวเปล่าๆ เราไปที่ศาลจังหวัด(แต่อยู่ในกรุงเทพฯ) แห่งหนึ่ง ขอสงวนนามค่ะ ไปถึงก็แบบไปเอ๋อซักพัก แล้วก็ตรงเข้าไปที่ช่องรับฟ้อง หรือเขียนว่าไรประมาณนี้แหล่ะ (ตกลงช่วยได้มาก) แล้วก็ยื่นไปค่ะ พี่เค้าก็จะตรวจๆๆๆๆ แล้วก็ให้เราไปจ่ายเงิน จ่ายสองเด้งนะคะ ค่าคำร้อง 200 แล้วก็ค่าประกาศหนังสือพิมพ์อีก 500 ค่ะ (จะแพงไปไหน???) จ่ายตังค์เสร็จ สบายใจแล้วก็กลับไปช่องเดิมค่ะ เพื่อให้เค้านัดวันไต่สวนคำร้องให้ แค่นี้ค่ะ ไม่มีอะไรมาก

มาถึงวันไต่สวนดีกว่า (วันนี้ที่รอคอย ศุกร์ 13) ครุยก็ไม่มี สูทก็ไม่มี ต้องยืมคนนู้นคนนี้ไปทั่ว 555 ศาลนัดแปดโมงครึ่งค่ะ ตื่นเต้นไปตั้งแต่แปดโมง นัดคุณน้าเจ้าของคดีที่ศาล ก็แบบนั่งรอไปเรื่อยๆ ซักพักก็จะมีพี่หน้าบัลลังก์ออกมา แล้วก็เรียกเราไปดูเอกสาร ทีนี้แหล่ะค่ะ ความเอ๋อเริ่มปรากฏอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ไม่ต้องนำสืบกันเลยทีเดียว พี่เค้าก็ถามว่าเตรียมคำให้การ หรือคำเบิกความพยานอะไรประมาณนี้มารึป่าว ไอ้เราก็ ด้วยความที่มีพี่ที่รู้จักกรุณาให้แบบฟอร์มมา (แต่ก็เขียนไม่เป็น แล้วก็เกรงใจไม่กล้าถามเค้า ทำไปผิดๆ ถูกๆ) ก็เอาไปให้เค้าดู ปรากฏว่าก็ใช้ไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้ลงเอกสารแนบเป็นหมาย ร. กรรม พยามจะบอกเค้าว่าเอาไฟล์มา แล้วพี่เค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไร พี่เตรียมไว้แล้ว แหะๆ ก็เอามาตรวจ แล้วก็ผ่านไปซักพัก พี่เค้าก็บอกว่า ให้เอาสำนวนไปปั๊ม เราก็แบบ ปั๊มอะไร(วะ) ก็พยามถามอีก เพราะปั๊มไม่เป็น (ขอโทษจริงๆ นะคะพี่ หนูรู้ว่าพี่งานเยอะ แต่...) เค้าก็บอกว่า ปั๊มลงเอกสารแนบร. เราก็ยังทำหน้าเอ๋ออยู่ เผอิญมีพี่ทนายที่นั่งอยู่อีกฝั่ง แต่แบบมาคดีอื่นไรงี้ ก็ได้โปรดเข้ามาช่วยเด็กหญิงผู้โง่เง่าคนนี้ พูดขึ้นมาว่า เด๋วผมช่วยดูให้ก็ได้ครับ โอ๊ย ใจดีมากมาย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้เช่นกัน ซาบซึ้งมากๆ ไม่งั้นคงตายไปแร้ว เราก็แบบหยิบสำนวนออกมา

สรุปไอ้ที่ปั๊มก็คือ จะเป็นกรอบสี่เหลี่ยม เขียนประมาณว่า คดีหมายเลขดำอะไร ผู้ร้อง/โจทก์/จำเลย ขออ้างเอกสารหมาย ... (กรณีนี้ก็เป็น ร.1 ร.2 จ.1 จ.2 ล.1 ล.2 ว่าไป) จำนวน ... แผ่น อะไรประมาณนี้ จำไม่ค่อยได้ พอปั๊มเสร็จก็เขียนหมายเลขคดี แล้วก็หมายเลขเอกสารแนบให้ตรงกับคำให้การพยาน นั่นแหล่ะ เวลาปั๊มก็ปั๊มชิดขอบขวาของตัวเอกสารนิดนึง แล้วก็ปั๊มตรงที่ว่างๆ นะ เพราะว่าศาลท่านจะเขียนอะไรๆ ทางด้านซ้ายมือเสมอ (ไม่ได้รู้เองหรอก พี่ทนายท่านนั้นกรุณาบอกมา)

ก็หมดไปหนึ่งภารกิจเอ๋อ ต่อไปก็เอาไปคืนพี่หน้าบัลลังก์ พอท่านจะขึ้น ก็ต้องหยิบครุยมาใส่ ใส่ก็ไม่เป็นอี๊ก ตลกดี พอท่านขึ้น ท่านก็จะเรียกคดี พอดีเราเป็นคดีแรก (อายอ่ะ คนเต็มห้องเลย) ท่านก็เรียกไปถามว่า มีสำเนาเอกสารแนบมารึป่าว (คือจริงๆ เราอ่ะมี แต่ไม่รู้ต้องควรทำไง) เราก็แบบเก้ๆ กังๆ เดินไปหน้าบัลลังก์ เผอิญท่านเปิดดูในสำนวนแล้วเห็นว่ามีปั๊มๆ ในนั้นแล้ว ท่านก็เลยบอกว่า อ่อ อ้างในสำนวน แล้วท่านก็สอนว่า คราวหลังให้ทำสำเนามาด้วย จะได้เปิดง่ายๆ

ท่านก็ตรวจไปซักพัก แก้นิดๆ หน่อยๆ แล้วท่านก็บอกว่า อ่ะ พยานมาสืบได้ (หรืออะไรประมาณนี้) เราก็ไปเชิญพยานเรามาขึ้นแท่น แล้วก็ให้น้าเค้าสาบานตน เวลาสาบานตนเนี่ย ถ้าเป็นพุทธ ก็จะต้องพนมมือด้วย แล้วก็อ่านข้อความตามที่เขียนเอาไว้ได้เลย

พอเสร็จเราก็แบบ เอาแล้ว ชั้นต้องสืบเองมั๊ยเนี่ย แอบตื่นเต้น แต่เผอิญศาลท่านก็กรุณาเห็นถึงความตื่นเต้นของเรา ท่านก็เลยสืบให้เรียบร้อยเลย แหะๆ ใจดีมากมาย (แล้วมาเขียนแบบนี้จะเป็นไรมั๊ยนี่)

นั่นแหล่ะ ทุกอย่างก็เลยผ่านไปได้ด้วยดี (รึป่าว) แล้วพอเสร็จก็อยู่รอคัดคำสั่ง ก็ต้องลงไปเขียนคำร้องขอคัด แล้วก็จ่ายตังค์ แล้วก็ไปรับเอกสาร (แต่รอนานมาก) ก่อนจะออกจากห้องพิจารณาก็เจอพี่ทนายใจดี ก็ถามเค้าว่าจะกลับแล้วหรอ เค้าก็อุตส่าห์สอนส่งท้ายว่า เวลาท่านถามว่ามีสำเนามารึป่าว ให้ตอบว่า "ขออนุญาตอ้างเอกสารในสำนวน" ใจดีจริงๆ 55

นั่นแหล่ะ (อีกครั้ง) ก็ต้องขอขอบพระคุณทุกคนมา ณ โอกาสนี้ ที่ทำให้การขึ้นศาลครั้งแรกของเราเป็นไปด้วยดี (คิดว่านะ)

แต่สิ่งที่รู้สึกแย่ก็คือ เผอิญตอนไต่สวนคดีเรา ก็จะมีองค์อื่นที่สืบเรื่องอื่นไปด้วย หูไม่รักดีก็แอบไปฟังเค้าคุยกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องทำยอม เรื่องค้างหนี้อะไรประมาณนี้ เฮ้อ แอบเสียใจ ที่ชอบมากก็คือ ตอนท่านสืบไป ท่านก็จะสอนลูกหนี้ไปด้วย อันนี้ดีมากเลยอ่ะ นับถือๆ จบดีกว่า

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ ที่นำประสบการณ์ตรงๆแบบนี้ แบบที่ไม่มีใครกล้าแชร์ แค่คุณเอามาแชร์ ซึ่งมันดีมากๆเลยครับ สำหรับทนายใหม่และบุคคลที่ต้องการเรียนรู้ อ่านแล้วรู้สึกสบายใจในการเตรียมคดีจริงๆ

#3 By biggs (58.9.9.71|58.9.9.71) on 2014-03-29 11:11

กำลังจะทำคดีนี้อยู่พอดีค่ะ ไม่เคยทำเลย เป็นคดีของญาติเลยต้องทำ ไม่รู้ว่าหลักการเขียนคำร้องนี้ต้องเขียนอย่างไรบ้าง พอดีเจ้ามรดกที่ตายนั้นมีลูก6คนแล้วมี2คนตายไป คนที่ตายมีลูกด้วย ต้องบรรยายเรื่องการรับมรดกแทนที่ด้วยรึเปล่า ต้องอ้างใบมรณบัตรของลูกที่ตายด้วยไหม และต้องอ้างใบสูติบัตรของลูกทุกคนด้วยหรือเปล่า(เพราะไม่มี) หรือบรรยายแค่ว่าผู้ตายมีทายาทที่มีสิทธิรับมรดก....คน ได้แก่1,2,3.........10 โดยอ้างบัญชีเครือญาติไปเลยได้ไหม ไม่ต้องอ้างเอกสารอย่างอื่นสามารถทำได้หรือเปล่า รบกวนช่วยแนะนำทีค่ะ ขอบคุณค่ะ

#2 By คนไม่เคยทำ (27.130.181.84) on 2011-07-31 15:24

งืมๆๆๆ แอบเข้ามาอ่าน เป็นความรู้มากเลยค่ะ >///<

กำลังจะทำคดีนี้พอดี แบบเดียวกันเลยค่ะ

ตอนนี้ไม่มีความรู้เลย = 0 555+

ก็เริ่มเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ตื่นเต้นๆๆๆๆๆ

#1 By (58.97.32.112) on 2009-05-28 10:35