something in Macau วันที่ 2:)

posted on 20 Mar 2009 15:20 by namween in Travel

ว่างอีก มาเล่าต่อดีกว่า  ดองไว้นานละ จนมีเรื่องใหม่จะมาเขียน ^^

คราวก่อนที่ติดชื่อร้านไว้ ร้านชื่อ Wong Chi Kei นะคะ ต้องขอบคุณหนังสือของไอ้คุณน้อง แต่จำไม่ได้ว่าของใคร ขอโทษด้วยนะคะ แต่เป็นหนังสือที่ดีจริงๆ แจ่มมาก

เริ่มวันที่สองด้วยการเดินตระเวนหาร้านโจ๊กที่มีปาท่องโก๋แท่งยาวขาย เนื่องจากเช้ามากกกก จริงๆ เลยยังไม่ค่อยมีคนเปิดร้าน เลยเดินมาตรงที่เป็นตลาดเมื่อวาน อยู่ตรงไหนจำไม่ค่อยได้แล้วอ่ะ (!?!?!)

มาดูหน้าตาโจ๊กกัน

Photobucket

ก็เป็นโจ๊กที่อร่อยดีนะ แต่ดูจากในรูปอาจจะไม่เห็น แต่ขอบอกว่าเป็นโจ๊กที่ชามใหญ่มากกกก กินไม่หมด จริงๆ แอบเห็นเค้ามีชามเล็ก แต่แบบ ด้วยข้อจำกัดทางด้านภาษาน่ะนะ เลยแบบ แหะๆ เหลือ

Photobucket

อันนี้เป็นร้านโจ๊กนั่นเอง ราคารวมแล้ว สิบสองเหรียญครึ่งพอดิบพอดีค่ะ

ต่อไป เราก็จะไปวัดอาม่ากันต่อ เป็นแบบเหมือนที่บังคับที่ทุกคนมามาเก๊ากันแล้วต้องไปอ่ะนะ ก็เดินไปขึ้นรถตรงฝั่งตรงข้าม Senado ส่วนเบอร์รถเนี่ย ... ลืมจดอ่า แต่ว่าไปดูที่ป้ายรถเมล์ได้เลย เค้าจะมีเขียนบอกไว้หมดว่าไปที่ไหนมั่ง ก่อนจะขึ้นรถก็นับป้ายกันซะดิบดีว่า จอดสิบห้าป้ายแล้วลง พอถึงป้ายที่สิบสี่ คนก็เฮโลกันลงเกือบหมดรถ เหลือกะเหรี่ยงนั่งกันอยู่สองอัน คุณลุงคนขับหันมาส่งภาษาจีน ประมาณว่า "นี่พวกแกไม่ลงกันรึงาย จะรอไปลงที่ senado เลยมั๊ย" (อุ้ย ขอโทษ ใช้คำไม่สุภาพหน่อยนะค้า เพื่อให้ได้อารมณ์นั้นจริงๆ) พอคุณลุงหันมาส่งสายตาพร้อมกับภาษาจีนชุดใหญ่ เราเลยจำเป็นต้องลงกันที่ป้ายที่สิบสี่ (ทำไมเล่า ก็ยังไม่ครบซะหน่อย ไล่ลงมาทำไมเนี่ย หรือว่าจะเข้าอู่รถแล้ว) มองซ้ายมองขวา เดินมาอีกสามก้าว อ้าว! นั่นมันวัดอาม่านี่ นี่ถ้าไม่ได้คุณลุงนั่น คงได้เดินกันอีกยาว

นี่คือวัดอาม่าค่ะ

Photobucket

เดินไหว้พระกันจนเหนื่อยเลย ทั้งร้อน ทั้งควันธูป เยอะไปหมดค่ะ พอขาลง คุณน้องเธอเหลือบไปเห็นเจ้าสิ่งนี้ค่ะ

 

Photobucket

คือ เหมือนคล้ายๆ กับมาขอพรอะไรกันประมาณนี้ค่ะ อาม่านี่ก็เก่งเนอะ อ่านไห้หลายภาษาดี (น่าน นรกแล้วมั๊ยล่ะ) พวกเรานี่ก็มีมารยาทกันมากค่ะ แอบอ่านของเค้าไปเรื่อย จริงๆ ก็ไม่เชิงแอบอ่ะนะ คือเห็นกันโต้งๆ เลยอ่ะ 55

ต่อนะคร้าบ ตรงนั้นจะมีพิพิธภัณฑ์ทางน้ำ อะไรซักอย่าง เพราะว่าอาม่าเนี่ย ล่องเรือมา อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ (อะไรของเธอเนี่ย!!!) แล้วก็จะมีหินก้อนนี้ ที่เค้าสลักเรือเอาไว้ ใครผ่านมาผ่านไปก็จะต้องเอามือมาลูบนะค้า

 

Photobucket

จากนั้น ไอ้คุณน้องมันก็กางแผนที่ค่ะ อุ๊ย อยากดูนู่นดูนี่ ไปนะๆๆ เดี๋ยวเดินไป (ดูในแผนที่มันก็ใกล้หรอกนะ โดนหลอกดิ่) ตอนแรกๆ ก็เดินได้อยู่หรอกนะ เอาล่ะ เริ่มกันเลยละกัน เดินมาทางข้างวัดอาม่า เป็นซอยค่ะ ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก ถ้าหันหน้าเข้าทางวัดก็จะเป็นซอยทางซ้ายมือค่ะ เริ่มที่นี่ค่ะ

 

Photobucket

สุสานชาวมัวร์ค่ะ ไม่ได้เข้าไปข้างในค่ะ ไม่รู้เค้าให้เข้าป่าว แล้วก็หาทางเข้าไม่เจอด้วย อิอิ แต่รถที่มาส่งของเนี่ย เหอๆๆๆ

เดินต่อนะคะ

Photobucket

บ้านแมนดารินอ่ะค่ะ ตอนแรกเดินไปแล้วก็หาทางเข้าไม่เจอ ทางเข้าจะต้องเดินผ่านตัวบ้านมาอีกนิดอ่ะค่ะ แล้วเลี้ยวซ้าย จะเป็นซอยเล็กๆ แต่ปรากฏว่า เค้าไม่ให้เข้าค่ะ เพราะว่ากำลังปรับปรุงอยู่ อดเลยยยย พี่ยามเฝ้าบ้านพูดภาษาไทยได้ด้วยค่ะ บอกว่ามีคนไทยมาบ่อย

Photobucket

ต่อค่ะ อันนี้เป็นบ้านลิเลา เป็นจตุรัสเลยค่ะ เป็นกลุ่มบ้าน มีหลายบ้านอยู่ สวยดีค่ะ แล้วก็เดินเลี้ยวขวาขึ้นไปทางบ้านนี้ล่ะค่ะ เป้าหมายต่อไปของไอ้คุณน้อง (ขอบอกว่าไม่ใช่ของเราแน่ๆ อ่ะ) เป็นโบสถ์ค่ะ เพนย่าค่ะ (ภาษาไทยเขียนยังไงไม่รู้ แต่อ่านได้ประมาณนี้ล่ะค่ะ) เอาล่ะค่ะ ทางเดินนะคะ พอต่อจากบ้านลิเลาแล้วก็เดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายค่ะ จะมีป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ค่ะ Pehna Church ก็อาศัยป้ายนี่แหล่ะค่ะ เดินไปเรื่อยเปื่อย เดินไปก็ด่าไอ้คุณน้องไปว่า ถ้าเดินขึ้นไปแล้วมันไม่มีนะ แกตายแน่ๆ ทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน ทั้งหิว ก็มันเที่ยงกว่าแล้วนี่คะ ท่าทางก็ไม่มีร้านอาหารขายอีกตะหาก มีแต่ทางขึ้นเขา ป้ายก็ชี้ไปเรื่อยอ่ะค่ะ พอเดินมาถึง ทางเข้าจะไม่ชัดนะคะ ต้องเดินขึ้นไป มันจะมีคล้ายแมนชั่นอยู่ขวามือ แล้วโบสถ์อยู่ซ้ายมือค่ะ ทางเข้าจะหลบๆ อยู่ ต้องเดินขึ้นไปอีก แต่พอมาถึงแล้วก็ได้วิวประมาณนี้ค่ะ

Photobucket

รูปนี้แอบโกงแสงมากไปหน่อยค่ะ แหะๆ แต่แดดก็แรงใช้ได้เลยค่ะ สงสัยไม่ได้ทำรูปโบสถ์ไว้แน่ๆ แล้วรูปก็ดันหายไปอีก ขัดใจจริงๆ (สรุปแล้วกว่าจะหาโบสถ์เจอ ต้องเดินกลางแดดอยู่ประมาณเกือบชั่วโมง ดำได้อีกค่ะ ไม่ได้เว่อร์ด้วย) แอบไปเจอรูปที่อัพไว้เวบอื่น เอามาให้ดูเล่นค่า

Photobucket  

มีอีกๆ

Photobucket  

ไปต่อกันดีกว่าค่ะ หลังจากนั้นเราก็เดินไปทางป้ายที่เขียนเป็นกลุ่มโบสถ์ทั้งหลายค่ะ (จำไม่ได้แล้วจริงๆ มันครึ่งปีมาแล้วนิ) ตอนนั้นร้อนบวกหิวหน้ามืดไม่สนใจอะไรแล้วค่ะ ปล่อยมันถ่ายรูปไปคนเดียว

Photobucket  

แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ มีร้านอาหารพอดีค่ะ ได้กินซะที

Photobucket

จานนี้ล่ะค่ะ แต่ถึงจะหิวหน้ามืดแค่ไหนก็ไม่หมดค่ะ ได้แค่ครึ่งเดียวเอง เพราะจานใหญ่มากค่ะ ตาโตสั่งกันคนละจาน คุณน้องมันสั่งข้าวผัดเสปนอะไรของมันไม่รู้ค่ะ จานใหญ่เหมือนข้าวผัดกุ้งสำหรับกินสิบคนบ้านเราเลยค่ะ จานใหญ่มาก มือนี้หมดไปยี่สิบเหรียญค่ะ คุ้มชะมัด ถ้ามาสองคน ทานจานเดียวก็พอค่ะ เหลือแล้วเสียดายอ่ะค่ะ

อ่ะต่อค่ะ อิ่มแล้วมีแรงเดินต่อค่ะ เป้าหมายต่อไปของเราคือ Guia ค่ะ เป็นป้อมที่อยู่บนเขาค่ะ ขาไปก็นั่งรถ สายอะไรก็ไม่รู้ จำไม่ได้อีกละ นั่งไปลงตรง เอิ่มมมม ที่ไหนซักที่นึง แหะๆ แต่ว่ามันไม่ถึงค่ะ ต้องเดิน ตอนแรกๆ ก็เดินตามกลุ่มคนสี่คนไปค่ะ เป็นชาวต่างชาติ ดันพาหลงอี๊ก เลยปยิบแผนที่ที่เอามาจากการท่องเที่ยวมาเก๊าที่ประเทศไทยค่ะ โอ๊ย เยี่ยมมากๆ เลยค่ะ ละเอียดมากกก มีไว้ไม่หลงชัวร์ค่ะ ชื่อถนน ชื่อแยกนี่ตรงเป๊ะเลยค่ะ ก็เดินตามแผนที่ไปเลยค่ะ ซักพักนึง (ถ้าไม่เดินหลงไปก็แป๊บเดียวค่ะ) ก็มาถึงจุดขึ้น cable car ค่ะ นั่งกระเช้าขึ้นไป ซื้อแบบไปกลับเลยค่ะ เท่าไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้อีกแล้ว (แล้วก็ไม่รู้จักจดนิ) แต่ไม่แพงค่ะ เพราะขืนให้เดินขึ้นไปอีกต้องตายแล้วค่ะ ทีนี้ ไม่ไหวแน่ๆ พอขึ้นมาแล้วก็เจอนี่ก่อนเลยค่ะ ตะขอ เอ๊ย สมอค่ะ สมอยักษ์

Photobucket  

และแล้วค่ะ เราก็มาเจอกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยากจะเจอที่สุด ล้อเล่นค่ะ ล้อเล่น ก็สนุกดีค่ะ แปลกๆ ดี เราถ่ายรูปเล่นๆ กันอยู่ซักพัก ก็มีชายหนุ่มมาขอคุณน้องถ่ายรูปค่ะ เหย ไม่ใช่ ขอให้คุณน้องถ่ายรูปให้ค่ะ หลังจากนั้นก็เริ่มบทสนทนาที่ไม่มีวันสิ้นสุดกันเลยค่ะ

"Where are you from?"

"Thailand, you?"

"!?@?!@!?"

"Sorry?"

"!?@?!@!" กะเหรี่ยงสองคนก็ยังทำหน้างงอยู่ ด้วยความที่สงสัยว่า นี่ชั้นโง่ภาษาอังกฤษ หรือมันพูดไม่รู้เรื่องฟระ

พูดอย่างช้าและชัด เนื่องจากหมดความอดทน "Earth"

(กะเหรี่ยงสองคนคิดในใจเหมือนกัน แล้วหันมาพูดกันเป็นภาษาไทย "นี่มันเป็นอะไรของมันมากป่าวเนี่ย")

"Oh" เงียบไปซักพักเหมือนไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

แล้วเฮียแกก็ชวนคุยไปเรื่อยเลยค่ะ สรุปใจความได้ว่าเค้าเป็นคนมาเก๊า แต่เรียน finance หรืออะไรซักอย่างอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะ นี่คือกลับมาเยี่ยมบ้าน ยังไม่เคยมาที่นี่เลยมาเที่ยวนู่นนี่ ประวัติออกมายาวยืดมาก (ครือ กรูไม่อยากรู้งัย - ขอโทษนะคะที่ต้องใช้คำหยาบ แต่ความรู้สึกตอนนั้นมัน.. - อยากถ่ายรูป เข้าใจมั๊ย ไม่ได้อยากฝึกภาษาอังกฤษ ที่ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่อง) ไม่จบซะทีค่ะ เลยต้องทนฟังมันไป เดี๋ยวจะหาว่าคนไทยไม่มีมนุษยสัมพันธ์

เลยได้รูปมาแค่นี้ค่ะ T-T''

Photobucket

ไอ้คุณน้องก็น่ารักม๊ากมากค่ะ ปล่อยให้ดิชั้นคุยอยู่คนเดียว ตัวเองเดินไปถ่ายรูปหน้าตาเฉย นั่นแหล่ะค่ะ หมดอารมณ์ คือประมาณว่า ถ่ายรูปบนป้อมเสร็จแล้วก็ยังตามมาพูดอีก พูดๆๆๆๆๆ ไม่รู้จักจบสิ้นซะที เหมือนจะตามไปไหนไปกัน จนเราต้องถามว่า นี่ขึ้นมางัยเนี่ย พอเค้าบอกว่าเดินมา ก็แอบหันไปถอนหายใจแล้วบอกว่า แต่เรานั่ง cable car ขึ้นมานะ (เย่) เค้าก็เลยอาสาไปส่ง (จะไปส่งทำม๊ายยยยย ชั้นเดินของชั้นเองได้ ไม่หลงหรอกน่า วุ้ย ยุ่งจริง หล่อก็ไม่หล่อ 55 - รู้นะมีหลายคนอยากรู้ข้อเท็จจริงอันนี้) นั่นแหล่ะค่ะ โชคดีระหว่างทางเจอพี่คนไทยสองคน เค้ามาเที่ยวเหมือนกัน เลยแบ่งให้เอาไปฟังบ้าง ได้พักหนึ่ง พอถึง cable car เราก็นั่งลงไปกับพี่สองคนนั้น ส่วนตานั่น (ชื่ออะไรยังจำไม่ได้เล้ย ขอโทษเหอะ) ก็เดินลงเขาไป

จ๊ากกก นึกว่ารอดแล้วเชียว เดินลงมาทันอีก วิ่งเร็วชะมัด พี่คนไทยก็เลยบอกให้เค้าพาไปป้ายรถเมล์ 55 เสร็จเรา ไม่ต้องไปหลงเอง แล้วก็มาแยกกันตอนขึ้นรถเมล์ (นึกว่าจะตามมาอีก)

แล้วพวกเราก็กลับมาที่ Senado กันค่ะ ขอจบช่วงกลางวันไว้เท่านี้ก่อนละกัน เด๋วมาต่อช่วงเย็นค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

หวังว่าจะมีเวลามาเขียนบลอกต่อนะยะ
คิดถึงมากมาย

#3 By บ่าวจุกเอง (125.24.139.207) on 2009-09-20 01:40

ขอบคุณนะคะ

#2 By ^^NamweeN^^ on 2009-07-02 14:08

รูปที่มีกระดิ่งน่ะค่ะ สวยจัง

#1 By คุณบิ๋ม on 2009-07-02 12:32